Mortal Kombat
เกมส์

รีวิว: Mortal Kombat รุนแรง ดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนเกม

หลังจากโณงหนังซบเซามานาน หลังจาก Godzilla VS. Kong ก็ถึงคิวของภาพยนตร์จากเกมอันดุเดือดที่หลายคนรอคอยกันมาตั้งแต่ช่วงปล่อยตัวอย่าง นั่นคือ Mortal Kombat ผลงานเกม Fighting ที่เน้นความรุนแรงเลือดสาดเข้าว่า และนี่คือการรีเมคกลับมาสร้างใหม่อีกครั้งหลังจากเคยทำออกมาแล้วถึง 2 ภาค ในปี 1995 และปี 1997 และ Mortal Kombat 2021 นี้ จะออกมาดีสมการรอคอยหรือไม่ วันนี้เราจะมารีวิวให้ฟังกัน

สร้างตัวละครใหม่ขึ้นมาเพื่อช่วยในการเดินเรื่อง

ต้นฉบับของ Mortal Kombat นั้น แม้จะเป็นเกมต่อสู้ แต่ก็มีเนื้อเรื่องของมันอยู่ด้วย ซึ่งฉบับหนังปี 2021 นี้ ได้หยิบเอาเนื้อเรื่องของเกม 2 ภาคแรกมาดัดแปลงผสมกัน และเพื่อที่จะทำให้หนังสามารถเล่าเรื่องได้ง่ายขึ้น หนังจึงสร้างตัวละครต้นฉบับสำหรับเวอร์ชั่นหนังขึ้นมา นั่นคือ Cole Young ซึ่งเป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมาในเวอร์ชั่นหนังโดยเฉพาะ

การมีตัวละครเฉพาะขึ้นมา ทำให้หนังสามารถเดินเรื่องได้ง่ายขึ้น ภาพรวมของเนื้อเรื่องยังคงว่าด้วยโลกต่าง ๆ ที่อิงมาจากในเกม ในหนังภาคแรกนี้จะเน้นหนักไปที่ Earth Realm ของพวกมนุษย์ที่มี Lord Raiden ในการเฟ้นหายอดนักสู้เพื่อเตรียมตัวปะทะกับพวกจาก Outworld ที่นำโดยพ่อมด Shang Tsung ในศึกการประลองยุทธ์ ที่หากรอบนี้ตัวแทนจากฝ่าย Earth Realm พ่ายแพ้อีก โลกก็อาจถูกยึดครองได้

นอกจาก Cole Young ที่เป็นตัวละครออริจินอลบนภาพยนตร์แล้ว ตัวละครอื่น ๆ ใน Mortal Kombat ที่แฟน ๆ คุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็มากันครบ ไม่ว่าจะเป็น Sub-Zero (ที่ในเวอร์ชั่นนี้คือ Bi-Han), Scorpion, Sonya Blade, Jax Briggs, Shang Tsung, Mileena และตัวละครอื่น ๆ อีกมาก ส่วนใครที่ผิดหวังที่ไม่ได้เห็น Johnny Cage ในหนัง เราบอกได้แค่ว่าให้รอดูเซอร์ไพรส์ในเรื่องกันได้ และตัวละครที่มาช่วยสร้างสีสันให้มากที่สุดในหนัง น่าจะหนีไม่พ้น Kano ที่บอกได้ว่า เป็นตัวละครแบกหนังเรื่องนี้ในส่วนของการฉากพูดคุยเลยก็ว่าได้ เชื่อว่าแฟน ๆ หลายคนจะชอบ Kano เวอร์ชั่นหนังนี้แน่นอน

ในขณะที่ตัวละครอื่น ๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่ดูแห้งแล้ง จืดชืดจนเกินไป แต่ก็มีอยู่หลายฉากที่มันพยายามจะให้เหมือนเกมมากเกินไปจนดูผิดธรรมชาติของภาพยนตร์ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นรับไม่ได้

เมื่อสร้างตัวละครใหม่ขึ้นมาทำให้ดำเนินเรื่องง่ายขึ้น ผสมผสานเข้ากับเนื้อหาของเกมต้นฉบับ ทำให้ Mortal Kombat ฉบับภาพยนตร์ปี 2021 มีมุมมองการนำเสนอที่ดีมากขึ้น และกลายเป็นจุดผสมผสานที่ลงตัว ทำให้แฟนเกมและแฟนหนังสามารถเอ็นจอยไปกับหนังได้ทั้งสองฝ่าย

แอ็คชั่นรุนแรง เลือดสาด สมใจแฟนเกม

สำหรับคอเกมที่เป็นแฟนเกม Mortal Kombat ย่อมต้องรู้ว่าจุดเด่นของของซีรีส์เกมนี้คือ ความรุนแรงแบบจัดเต็ม ในทุกท่วงท่าการต่อสู้ มีการสังหารศัตรูด้วยท่าสังหารสุดโหด ซึ่งผู้กำกับอย่าง Simon McQuoid เอง ก็รับรู้ว่าแฟนเกมคาดหวังตรงจุดนี้ จึงรังสรรฉากแอ็คชั่นที่ดุดัน และรุนแรงควบคู่กันขึ้นมา พร้อมกันนั้นยังใส่ความเป็นวิดีโอเกมลงไปในจังหวะที่เหมาะสม เช่นคำพูดติดปากของเหล่าตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น Flawless Victory / Finish Him และคำพูดอื่น ๆ ประจำตัวละคร ล้วนถูกหยิบมาใส่ไว้ในหนัง แม้บางจังหวะอาจจะทำให้มันดูหลุดจากความเป็นจริงไปอยู่บ้าง แต่สำหรับแฟนเกมแล้ว นี่คือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ Mortal Kombat

และนักแสดงที่ถูกแคสท์มาเล่นหนังเรื่องนี้ ล้วนผ่านประสบการณ์แสดงหนังแอ็คชั่นมาแล้วอย่างโชกโชน เช่น Joe Taslim ผู้ผ่านผลงานแอ็คชั่นสุดโหดอย่าง The Raid ทั้งสองภาค มารับบท Sub-Zero หรือ Hiroyuki Sanada ผู้รับบท Hanzo Hasashi หรือสกอร์เปี้ยนก็เคยผ่านผลงานหนังแอ็คชั่นมามากมาย นอกจากคาแรคเตอร์จะเหมาะสมกับตัวละครแล้ว เรื่องลีลาคิวบู๊นั้น หนังเรื่องนี้ไม่เป็นสองรองใครแน่ ๆ

จากข้อมูลก่อนหน้าที่ Simon McQuoid เคยบอกว่า หนังได้ใส่ความรุนแรงเข้าไปแบบถึงที่สุดแล้ว ถ้ามากกว่านี้ อาจโดนแบนหรือถูกห้ามฉายในบางประเทศ ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนั้น ยังรู้สึกว่าบางฉากมันยังไปไม่สุดสักเท่าไร มันยังสามารถจัดเต็มได้มากกว่านี้ รุนแรงได้มากกว่านี้ แต่เท่าที่หนังใส่มาก็ถือว่ามากพอ และพอดีแล้ว เพราะถ้ามากกว่านี้ อาจถูกแบนหรือห้ามฉายในบางประเทศจริง ๆ ซึ่งในฐานะค่ายหนัง การถูกห้ามฉายแม้แต่ประเทศเดียวก็อาจหมายถึงรายได้ที่หายไปหลายล้านแน่นอน ดังนั้นคาดว่า เท่าที่หนังเรื่องนี้ใส่มา จึงเป็นฉากแอ็คชั่นที่รุนแรง เลือดสาด สมใจแฟนเกมแล้ว

การดำเนินเรื่อง บาดแผลที่หนังแอ็คชั่นหลายเรื่องแก้ไม่หาย

ถ้ามองแบบเป็นกลางที่สุด Mortal Kombat ไม่ใช่หนังแอ็คชั่นบู๊แหลกเรื่องแรกที่มีปัญหาในการดำเนินเรื่อง เพราะทุกเรื่องแม้แต่หนังซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลายก็อาจจะประสบปัญหานี้ได้ เพียงแต่ของ Mortal Kombat จะชัดว่าเรื่องอื่น ๆ แต่เพราะการที่ตัวหนังเอง ก็สร้างจากเกมที่หาความเมคเซนส์ไม่ได้อยู่แล้ว หลายคนจึงเลือกที่จะปิดหูปิดตาไปตรงส่วนนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน และไม่ได้ทำให้อรรถรสของหนังลดน้อยลง เพราะยังไงจุดขายมันก็คือฉากแอ็คชั่นอันรุนแรงอยู่แล้ว

แต่สำหรับคอหนังทั่วไป อาจจะรู้สึกว่าหลาย ๆ อย่างของหนังมันไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล แถมยัง “ง่าย” จนเกินไป ในหลาย ๆ ฉาก เราอาจจะเผลอคิดในใจว่า ทำไมไม่เป็นแบบนี้ ทำไมไม่เป็นแบบนั้น หรือ แบบนี้ก็ได้เหรอ อยู่ตลอดทั้งเรื่อง แต่ท้ายที่สุด เมื่อหนังดำเนินเรื่องถึงฉากแอ็คชั่น มันก็สามารถเอาคนดูได้อยู๋หมัด ด้วยฉากแอ็คชั่นที่ดุเดือด ถึงใจทั้งแฟนหนังและแฟนเกม และเพียงพอที่จะทดแทนบาดแผลของการดำเนินเรื่องได้

Mortal Kombat 2021 คือภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากเกมอีกเรื่องที่สามารถหาจุดลงตัวระหว่างแฟนเกมและแฟนหนังได้ดี คิวบู๊ดุเดือด สะใจ และแฟนเกม Mortal Kombat ที่หวังจะเห็นความรุนแรง รับรองว่าเต็มอิ่มสมใจแน่นอน